บ้านโนนเชือก หมู่ที่ 3 ตำบลส้มป่อย อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ

ประวัติหมู่บ้าน

บ้านโนนเชือกก่อตั้งเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2460 โดยชาวบ้านหนองบัวบานส่วนหนึ่งได้มาประกอบอาชีพทำไร่ ทำนา นำโดยนายโส พูนประสิทธิ์ เป็นหัวหน้าครอบครัว พร้อมด้วยญาติพี่น้องรวม 4 ครัวเรือน โดยได้สร้างบ้านเรือนอย่างถาวร และต่อมาได้มีคนอพยพมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทางราชการโดยกำนันตำบลหนองบัวบาน คือ ขุนเกษตร เห็นว่าหมู่บ้านได้ใหญ่ขึ้นจึงได้ตั้งชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านโนนเชือก หมู่ที่ 6 ตำบลหนองบัวบาน” เหตุที่ตั้งชื่อนี้เพราะว่าบริเวณนี้มีต้นไม้เชือกอยู่เป็นจำนวนมาก จึงตั้งชื่อตามนั้น โดยมีนายบุญ สิงห์โนนเชือก เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก (ตำบลหนองบัวบาน ) และต่อมาได้มีการตั้งตำบลส้มป่อยขึ้นในปี พ.ศ. 2527 บ้านโนนเชือกจึงขี้นอยู่กับตำบลส้มป่อย เป็นหมู่ที่ 3 โดยมีนายณรงค์ ชาลีวงษ์  เป็นกำนันคนแรกของตำบลส้มป่อย

ตัวชี้วัดการประกวดหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงอยู่เย็นเป็นสุข

ตามโครงการเชิดชูเกียรติผู้นำเครือข่ายพัฒนาชุมชนดีเด่น ประจำปี 2558

ที่ องค์ประกอบ/ตัวชี้วัด ลักษณะการดำเนินงาน
๑) ด้านการบริหารจัดการชุมชน

 

1) มีการจัดทำข้อตกลง

เป็นกฎระเบียบหรือข้อบังคับ ที่ถือปฏิบัติร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษร

๑) มีการประชุมประชาคมเพื่อออกกฎระเบียบข้อบังคับของหมู่บ้าน เพื่อให้เกิดความรัก ความสามัคคี และความสงบสุขของหมู่บ้าน มีทั้งหมด ๔ ข้อ รายละเอียดดังนี้

๑.๑) บุคคลใดที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหมู่บ้านโนนเชือก

มีการเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นผู้ขาย หรือผู้เสพ หรือไปเกี่ยวข้องไม่ว่ากรณีไดๆ ก็ตาม คณะกรรมการหมู่บ้านจะไม่ให้กู้ยืมเงินของกลุ่มต่างๆ ที่มีในหมู่บ้าน เช่น กองทุนหมู่บ้าน กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต เป็นต้น

๑.๒) ครัวเรือนใดในหมู่บ้านที่ยังไม่เลิกเกี่ยวข้องกับ

ยาเสพติด ชาวบ้านจะไม่เข้าไปช่วยเหลือไม่ว่ากรณีไดๆ เช่น การเจ็บป่วย งานทำบุญ งานแต่ง งานขึ้นบ้านใหม่ หรืองาน

ทุกประเภท และจะไม่ให้สวัสดิการต่างๆ ที่มีจากหมู่บ้าน เช่น ของแจก เงินสวัสดิการ เกิด แก่ เจ็บ และตาย เป็นต้น

๑.๓) ห้ามไม่ให้เล่นการพนันในหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นหวย

ใต้ดิน ไพ่ ไฮโล เป็นต้น ถ้ามีการเล่นการพนัน ผู้ที่จะเข้าไปประกันไม่ว่าจะเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อบต. จะถือว่าผู้นั้นสมรู้ร่วมคิด

๑.๔) หมู่บ้านขอความร่วมมือทำกิจกรรม เช่น จัดเวรยามป้องกันภัยต่างๆ พัฒนาหมู่บ้าน ครัวเรือนใดไม่เข้าร่วมกิจกรรมถือว่าผิดสัญญาประชาคมของหมู่บ้าน กรรมการ

จะไม่ให้สวัสดิการต่างๆ เช่น ของแจก เป็นต้น ถ้ามีเหตุสำคัญที่พอเชื่อได้ไม่เข้าร่วม เช่น เข้าโรงพยาบาล เจ็บป่วย หรือ

ไปธุระต่างจังหวัด ก็ให้แจ้ง ถือเป็นอนุโลม

๒) มีการจัดทำแผ่นป้ายกฎระเบียบข้อบังคับของหมู่บ้าน

ติดไว้ในที่ชัดเจน เพื่อให้คนในหมู่บ้านพึงกระทำตามกฎระเบียบข้อบังคับอยู่เสมอ

๓) ในรอบปีที่ผ่านมา (มกราคม ๒๕๕๘ ถึงปัจจุบัน) ไม่มีผู้ฝ่าฝืนกฎระเบียบข้อบังคับที่ตั้งไว้ ดังนั้นจึงถือได้ว่า

คนในหมู่บ้าน ร้อยละ ๑๐๐ ปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับของหมู่บ้าน

 

 

ที่ องค์ประกอบ/ตัวชี้วัด ลักษณะการดำเนินงาน
๑) ด้านการบริหารจัดการชุมชน (ต่อ)

 

2) มีการประชุม/จัดเวทีประชาคม เพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ – หมู่บ้านมีการประชุม/จัดเวทีประชาคม เพื่อวางแผนปฏิบัติการ/การดำเนินงาน การสรุปผลการดำเนินงาน รวมถึงเพื่อแก้ไขปัญหาการดำเนินงานต่างๆ ร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ โดยกำหนดจัดการประชุม/จัดเวทีประชาคม เป็นประจำ

ทุกเดือน นอกจากนั้น ยังมีการประชุม/จัดเวทีประชาคม

เมื่อมีเรื่องเร่งด่วนไม่สามารถรอให้ถึงกำหนดการประชุม/

เวทีประชาคมในครั้งต่อไปได้

3) มีการจัดเก็บ และรวบรวมข้อมูลชุมชน เพื่อใช้ในการจัดทำแผนชุมชน

 

๑) มีการเก็บและรวบรวมข้อมูลหมู่บ้าน ทั้งข้อมูลด้านปัญหาและความต้องการ ตลอดจนมีการสำรวจข้อมูล จปฐ.

และข้อมูล กชช.๒ค เป็นประจำตามกำหนดเวลาที่กำหนด ตลอดจนมีการเก็บรวบรวมข้อมูลด้านการประกอบอาชีพ

เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการจัดทำแผนชุมชน/การวางแผนปฏิบัติการในเรื่องต่างๆ

๒) เมื่อมีการเก็บและรวบรวมข้อมูลหมู่บ้านแล้ว ยังมีการแสดงข้อมูลที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ในการศึกษาเรียนรู้ เช่น ข้อมูลด้านปราชญ์ชาวบ้าน ข้อมูลด้านการประกอบอาชีพ ข้อมูลกลุ่ม/องค์กรต่างๆ ตลอดจนมีการจัดแสดงอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ โดยการจัดแสดงใน “พิพิธภัณฑ์หมู่บ้าน”

๓) หมู่บ้านมีการนำข้อมูลที่ได้จากการเก็บรวบรวมปัญหาและความต้องการของคนในหมู่บ้าน นำไปใช้ประโยชน์ในการจัดทำแผนชุมชน โดยการจัดทำโครงการ/กิจกรรมที่หมู่บ้านสามารถทำได้ด้วยตนเอง โครงการ/กิจกรรมที่หมู่บ้านทำร่วมกับหน่วยงานภายนอก และโครงการ/กิจกรรมที่หมู่บ้านต้องขอรับสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอก

๔) มีการจัดทำและปรับปรุงแผนชุมชน เพื่อการพัฒนาและบริหารจัดการชุมชนเป็นประจำทุกปี ๑) หมู่บ้านมีการประชุม/จัดเวทีประชาคม และบันทึกการประชุมที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำและปรับปรุงแผนชุมชน

เพื่อการพัฒนาและบริหารจัดการชุมชนเป็นประจำทุกปี

โดยได้ร่วมกันเสนอโครงการ/กิจกรรมที่หมู่บ้านสามารถทำได้ด้วยตนเอง โครงการ/กิจกรรมที่หมู่บ้านร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก และโครงการ/กิจกรรมที่ต้องขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงานภายนอก ทั้งนี้ โครงการ/กิจกรรม

ที่กำหนดในแผนชุมชน ได้จากการนำข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาวิเคราะห์ เช่น ข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ข้อมูลพื้นฐานระดับหมู่บ้าน (กชช.๒ค) การวิเคราะห์ SWOT เป็นต้น

๒) มีรูปเล่มแผนชุมชน ปี ๒๕๕๘ ที่สมบูรณ์

ที่ องค์ประกอบ/ตัวชี้วัด ลักษณะการดำเนินงาน
๑) ด้านการบริหารจัดการชุมชน (ต่อ)

 

๕) มีการแบ่งความรับผิดชอบ

ให้ผู้นำชุมชนด้านต่างๆ ในการบริหารจัดการชุมชนและมีผลงานเป็นรูปธรรม

 

๑) หมู่บ้านมีการแบ่งการปกครองออกเป็น ๖ คุ้ม ได้แก่

คุ้มน้อยพัฒนา คุ้มเจ้าพ่อ คุ้มอยู่ดีมีสุข คุ้มสู้ตะวัน คุ้มตะวันฉาย และคุ้มประตูทอง โดยแต่ละคุ้มมีการจัดตั้งประธานคุ้มและกรรมการคุ้ม เพื่อความสะดวกในการบริหารงานของหมู่บ้าน และความใกล้ชิดกับคนในหมู่บ้าน

๒) ผู้นำชุมชนมีการแบ่งงานให้กับประธานคุ้มและคณะกรรมการคุ้มรับผิดชอบ โดยทำหน้าที่เหมือนกับผู้นำหมู่บ้าน แตกต่างเพียงแต่พื้นที่ความรับผิดชอบอยู่ในคุ้มของตนเองเท่านั้น อาทิเช่น การสมัครเข้าร่วมโครงการ “งานบุญ งานเศร้า ปลอดเหล้า และอบายมุข” เมื่อผู้นำชุมชนได้จัดการประชุมชี้แจงทำความเข้าใจรายละเอียดของโครงการแล้ว

ได้มอบหมายให้ประธานคุ้มและกรรมการคุ้ม เป็นผู้รวบรวมใบสมัครของครัวเรือนภายในคุ้มของตนเอง เพื่อส่งมอบให้ผู้นำชุมชนรวบรวมส่งต่อไป
๓) ทุกครัวเรือนในแต่ละคุ้ม มีการจัดทำป้ายชื่อเจ้าของครัวเรือน พร้อมป้ายคำขวัญ/ข้อคิด เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง และยึดแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิต อาทิเช่น มีการปลูกพืชผักสวนครัวรั้วกินได้ไว้บริโภคเองภายในครัวเรือน มีการเลี้ยงสัตว์ไว้เพื่อบริโภคและจำหน่าย

ไม่ใช้สารเคมีในการทำการเกษตร การรณรงค์การคัดแยกขยะ และนำขยะไปใช้ประโยชน์ในการทำปุ๋ยหมัก เป็นต้น

 

๒) ด้านความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

 

1) มีการจัดกิจกรรมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด หมู่บ้านมีการจัดกิจกรรมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา

ยาเสพติด ดังต่อไปนี้

๑) มีการจัดตั้งสภาเยาวชนเข้มแข็งป้องกันยาเสพติด “กองทุนแม่ของแผ่นดิน” เพื่อเป็นแกนนำในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ระดับเยาวชนของหมู่บ้าน

๒) มีการดำเนินกิจกรรมตามแผนปฏิบัติการการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของกองทุนแม่ของแผ่นดิน

๓) ผู้นำหมู่บ้าน อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อป.พร.) ร่วมกับหน่วยงานภายนอก มีการตรวจปัสสาวะเพื่อหาสิ่งเสพติด ตลอดจนสิ่งผิดกฎหมายต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ

๔) หมู่บ้านมีการประชาสัมพันธ์ผ่านทางหอกระจายข่าว และในการประชุม/จัดเวทีประชาคม เพื่อรณรงค์การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด

 

ที่ องค์ประกอบ/ตัวชี้วัด ลักษณะการดำเนินงาน
๒) ด้านความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

(ต่อ)

2) มีการจัดกิจกรรมเพื่อป้องกันและดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนในชุมชน เช่น การจัดตั้งเวรยาม และจุดตรวจชุมชน หมู่บ้านมีการจัดกิจกรรมเพื่อป้องกันและดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนในหมู่บ้าน ดังต่อไปนี้

๑) การจัดตั้งเวรยาม โดยผู้นำชุมชน อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อป.พร.) และคนในหมู่บ้าน ผลัดกันอยู่เวรยามในเวลากลางคืน เพื่อรักษาความปลอดภัยบริเวณหมู่บ้าน

๒) การตั้งจุดตรวจชุมชน โดยผู้นำชุมชน อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อป.พร.) และคนในหมู่บ้าน จัดตั้งเมื่อเป็นช่วงเทศกาล เพื่อเฝ้าระวังเหตุด่วนเหตุร้ายที่สามารถเกิดขึ้นได้

๓) คนในหมู่บ้านร่วมกันสอดส่องดูแลความสงบเรียบร้อยภายในหมู่บ้าน เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุร้ายขึ้น

 

3) เป็นชุมชนปลอดยาเสพติด ๑) หมู่บ้านมีแผนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด

โดยยึดการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการของกองทุนแม่

ของแผ่นดินเป็นหลัก

๒) หมู่บ้านไม่มีผู้เสพยาเสพติด ผู้ค้ายาเสพติด และผู้ผลิต

ยาเสพติด

 

๓) ด้านสุขภาพอนามัย

 

๑) การมีส่วนร่วมในการจัดการสุขภาพของชุมชน

๑.๑) การจัดเวทีประชุมขององค์กร อสม. และผู้นำชุมชน
๑.๒) การร่วมขับเคลื่อนสุขภาพในชุมชน

๑.๓) การกำหนดกติกาหรือ

กฏข้อบังคับเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาด้านสุขภาพ

หมู่บ้านมีส่วนร่วมในการจัดการสุขภาพของชุมชน โดย

๑) จัดเวทีประชุม/เวทีประชาคมของอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) และผู้นำชุมชน อย่างสม่ำเสมอ เพื่อวางแผนปฏิบัติการด้านสุขภาพของชุมชน

๒) อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) ร่วมกับผู้นำชุมชน และคนในหมู่บ้าน มีการขับเคลื่อนวาระด้านสุขภาพภายในชุมชน เช่น การให้ความรู้และการรณรงค์การป้องกันไข้เลือดออก การกำจัดลูกน้ำยุงลาย การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เป็นต้น

๓) หมู่บ้านมีการกำหนดกติกา/ข้อบังคับเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาด้านสุขภาพ เช่น การกำหนดให้คนในหมู่บ้านปั่นจักรยานแทนการใช้รถจักรยานยนต์ในการสัญจรภายในหมู่บ้าน ระหว่างเวลา ๑๗.๐๐-๑๘.๐๐ น. ของทุกวัน

 

๒) การจัดทำแผนสุขภาพโดยชุมชน หมู่บ้านมีการจัดทำแผนสุขภาพชุมชน โดยความร่วมมือของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลส้มป่อย อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) ผู้นำชุมชน และคนในหมู่บ้าน

ร่วมกันจัดเวทีประชาคมเพื่อจัดทำแผนสุขภาพโดยชุมชน

 

ที่ องค์ประกอบ/ตัวชี้วัด ลักษณะการดำเนินงาน
๓) ด้านสุขภาพอนามัย (ต่อ)

 

๓) การจัดสรรงบประมาณเพื่อใช้

ในการจัดกิจกรรมด้านสุขภาพและแก้ไขปัญหาสุขภาพ

๑) หมู่บ้านได้รับจัดสรรงบประมาณเพื่อใช้ในการจัดกิจกรรมด้านสุขภาพและแก้ไขปัญหาสุขภาพ เช่น การรณรงค์กำจัดลูกน้ำยุงลาย การส่งเสริมการบริโภคเกลือไอโอดีน เป็นต้น

๒) หมู่บ้านมีการจัดสรรงบประมาณเพื่อใช้ในการจัดกิจกรรมด้านสุขภาพและแก้ไขปัญหาสุขภาพ เช่น การรณรงค์การออกกำลังกายด้วยฮูลาฮูป เป็นต้น

 

๔) การจัดกิจกรรมพัฒนาสุขภาพ

ในหมู่บ้านเพื่อส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค

หมู่บ้านมีการจัดกิจกรรมพัฒนาสุขภาพในหมู่บ้านเพื่อส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ได้แก่ การรณรงค์ให้ปั่นจักรยานแทนการใช้รถจักรยานยนต์ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เป็นต้น

 

๕) การประเมินผลการจัดการด้านสุขภาพและนำผลการประเมินสู่เวทีประชาคมหมู่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) ร่วมกับผู้นำชุมชน

มีการประเมินผลการจัดการด้านสุขภาพและนำผลการประเมินเข้าสู่เวทีประชาคมหมู่บ้าน เพื่อให้คนในหมู่บ้านรับรู้และตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพของตนเอง

 

๖) ผลสัมฤทธิ์การจัดการสุขภาพ
๖.๑) มีระบบเฝ้าระวังและควบคุมโรค (มีทีม มีข้อมูล มีการวิเคราะห์/คาดการณ์ มีการเตรียมความพร้อม)
๖.๒) มีระบบส่งเสริมสุขภาพและฟื้นฟูสุขภาพ (มีทีม มีข้อมูล มีการวิเคราะห์/คาดการณ์ มีการเตรียมความพร้อม)
๖.๓) เป็นแหล่งเรียนรู้/ศูนย์การเรียนรู้ (มีองค์ความรู้นวัตกรรมด้านสุขภาพ มีสถานที่เรียนรู้ด้านสุขภาพในหมู่บ้าน มีวิทยากรในการถ่ายทอดความรู้ มีการจัดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในหมู่บ้าน/

จากหมู่บ้านอื่นมาเรียนรู้ดูงาน

หมู่บ้านมีผลสัมฤทธิ์ด้านการจัดการสุขภาพ ดังต่อไปนี้

๑) หมู่บ้านมีระบบเฝ้าระวังและควบคุมโรค มีทีมเฝ้าระวังและควบคุมโรค โดยอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) ผู้นำชุมชน และประธานคุ้ม ร่วมกันจัดเก็บข้อมูล เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการ ตลอดจนนำผลการดำเนินงานมาวิเคราะห์

เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ

๒) หมู่บ้านมีระบบส่งเสริมสุขภาพและฟื้นฟูสุขภาพ มีทีมส่งเสริมสุขภาพและฟื้นฟูสุขภาพ โดยอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) ผู้นำชุมชน และประธานคุ้ม ร่วมกันจัดเก็บข้อมูล เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการ ตลอดจนนำผลการดำเนินงานมาวิเคราะห์เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ

๓) หมู่บ้านสามารถเป็นแหล่งเรียนรู้/ศูนย์เรียนรู้ โดยมีการจัดตั้ง “ศูนย์สาธารณสุขมูลฐานบ้านโนนเชือก” เพื่อเป็นสถานที่เรียนรู้ด้านสุขภาพของหมู่บ้าน และมีวิทยากรที่สามารถถ่ายทอดความรู้ด้านสุขภาพ ตลอดจนมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) บ้านโนนเชือก และกับหมู่บ้านอื่นๆ

 

 

ที่ องค์ประกอบ/ตัวชี้วัด ลักษณะการดำเนินงาน
๔) ด้านคุณธรรมและจริยธรรมของชุมชน

 

1) มีกิจกรรมส่งเสริมให้คนในชุมชน ลด ละ เลิก อบายมุข ๑) หมู่บ้านมีกิจกรรมส่งเสริมให้คนในหมู่บ้าน ลด ละ เลิก อบายมุข ดังต่อไปนี้

– ประชาสัมพันธ์ผ่านหอกระจายข่าวของหมู่บ้าน และในการประชุม/จัดเวทีประชาคม เพื่อรณรงค์ให้ ลด ละ เลิก อบายมุข

– หมู่บ้านมีการจัดตั้งธนาคารความดี โดยแต่ละครัวเรือนต้องมีการลด ละ เลิก อบายมุข เพื่อสะสมคะแนนความดี

– หมู่บ้านมีการจัดเวรยาม เพื่อสอดส่องดูแลไม่ให้มีการ

มั่วสุมของวัยรุ่นในหมู่บ้าน

๒) หมู่บ้านสมัครเข้าร่วมโครงการ”งานบุญ งานเศร้า ปลอดเหล้าและอบายมุข” โดยทุกครัวเรือนเข้าร่วมโครงการ

 

2) มีกิจกรรมยกย่อง ประกาศเกียรติคุณบุคคลที่มีคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดี

ต่อคนในหมู่บ้าน

๑) มีทำเนียบปราชญ์/บุคคลต้นแบบ ที่สามารถเป็นตัวอย่าง

ในการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพได้ โดยปราชญ์ชุมชนด้านภูมิปัญญา ประกอบด้วย การนวดแผนโบราณ

การทอเสื่อ การจักสาน การทำบายศรี หมอแคน หมอสู่ขวัญ

การเลี้ยงหมู และการปลูกพืชผักสวนครัว เป็นต้น รวมทั้งสิ้น ๔๘ คน

๒) มีการจัดกิจกรรมเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติให้กับบุคคล

ที่มีคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีต่อคนในหมู่บ้านโดยการมอบใบประกาศเกียรติคุณ และการประกาศยกย่องผ่านหอกระจายข่าว

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

๑) นายน้อย  อาภรณ์แก้ว  ตำแหน่ง ผู้ใหญ่บ้าน

ประกาศเกียรติคุณแม่ดีเด่น

๑) นางสมบุญ  สุพรรณพงษ์

๒) นางเฉลิม  หาญคง

๓) นางชาลี  ชัยศรี

 

3) มีการให้ความช่วยและดูแล

คนยากจน คนด้อยโอกาส และ

คนที่ประสบปัญหา จากคนในชุมชน

๑) หมู่บ้านมีการจัดทำเบียนคนยากจน คนด้อยโอกาส และคนที่ประสบปัญหาต่างๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือและดูแล

๒) หมู่บ้าน โดยกลุ่ม/องค์กรต่างๆ ในหมู่บ้าน เช่น กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต กองทุนหมู่บ้าน ชมรมผู้สูงอายุ กลุ่มฌาปนกิจ มีการดูแลช่วยเหลือและดูแลคนยากจน คนด้อยโอกาส และคนที่ประสบปัญหา โดยการ

 

ที่ องค์ประกอบ/ตัวชี้วัด ลักษณะการดำเนินงาน
๔) ด้านคุณธรรมและจริยธรรมของชุมชน (ต่อ)

 

      – คนยากจน คนด้อยโอกาส และคนที่ประสบปัญหาต่างๆ จะเป็นบุคคลจำพวกแรกที่ได้รับการช่วยเหลือจากหมู่บ้านและหน่วยงานภายนอก เช่น การแจกผ้าห่มกันหนาว การบริจาคสิ่งของต่างๆ เป็นต้น

– มอบเงินช่วยเหลือ กรณีเจ็บป่วยหรือเสียชีวิต

– ผู้นำชุมชนและประธานคุ้ม จะมีการสอดส่องดูแล และเอาใจใส่ชีวิตความเป็นอยู่อย่างใกล้ชิด

๕) ด้านการจัดการทรัพยากรชุมชน
 
1) มีการใช้พลังงานทดแทน

ที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม

ของชุมชน

๑) หมู่บ้านมีการให้ความรู้ด้านพลังงานทดแทนจากหน่วยงานภายนอก เช่น สำนักงานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมจังหวัด และหน่วยงานภายนอกอื่นๆ ตลอดจนการถ่ายทอดความรู้จากผู้นำชุมชนที่เข้าร่วมอบรมจากหน่วยงานต่างๆ

๒) หมู่บ้านมีแผนการจัดกิจกรรมด้านพลังงานทดแทน เช่น การใช้แผงพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาเซลล์) การใช้ถ่านหุงต้มแทนการใช้แก๊สหุงต้ม เป็นต้น
๓) หมู่บ้านมีครัวเรือนตัวอย่างในการใช้แผงพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาเซลล์) และการใช้ถ่านหุงต้มแทนการใช้แก๊สหุงต้ม

2) มีสถานที่ หรือทัศนียภาพสวยงาม ที่เหมาะสมแก่การฟื้นฟูสุขภาพ และพักผ่อนหย่อนใจตามพื้นฐานภูมิสังคมในแต่ละชุมชน ๑) มีการจัดภูมิทัศน์บริเวณหมู่บ้าน โดยเริ่มจากทุกครัวเรือน

มีการปรับภูมิทัศน์บริเวณบ้านของตน จากนั้นจึงช่วยกันปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณสาธารณะของหมู่บ้าน เช่น ถนน

ศูนย์เรียนรู้ชุมชน วัด โรงเรียน เป็นต้น

๒) มีการจัดทำแผนผังหมู่บ้าน เพื่อบรรจุในรูปเล่มแผนชุมชน โดยแสดงเส้นทางเข้าหมู่บ้าน พร้อมระบุสถานที่สำคัญ เช่น วัด โรงเรียน ศูนย์เรียนรู้ชุมชน ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน เป็นต้น

๓) มีป้ายระบุชื่อ-นามสกุล บ้านเลขที่ ทุกครัวเรือน และ

แต่ละครัวเรือนยังมี “รั้วพูดได้” คือ ป้ายข้อคิด/ข้อเตือนใจ

ในการดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง โดยที่แต่ละคุ้มมีป้ายชื่อคุ้ม พร้อมระบุประธานคุ้มและคณะกรรมการคุ้มอย่างชัดเจน

3) มีการนำวัตถุดิบในธรรมชาติของชุมชนมาเพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์

ต่างๆ เช่น การทำปุ๋ยหมัก การทำน้ำส้มควันไม้ การใช้ภูมิปัญญา

ในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์ในชุมชน

หมู่บ้านมีกิจกรรมที่ใช้วัตถุดิบที่มีภายในหมู่บ้านมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ดังต่อไปนี้

๑) การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ

๒) การทำปุ๋ยจากการคัดแยกขยะ

๓) การทำน้ำส้มควันไม้

๔) การแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร

 

ที่ องค์ประกอบ/ตัวชี้วัด ลักษณะการดำเนินงาน
๕) ด้านการจัดการทรัพยากรชุมชน (ต่อ)       ๕) การทำน้ำยาอเนกประสงค์

๖) การทอเสื่อกก

๗) การจักสาน

4) มีกลุ่มหรือองค์กรที่คน

ในหมู่บ้านร่วมกันทำกิจกรรมเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น กลุ่มผู้ใช้น้ำ

ป่าชุมชน การจัดการขยะ

อนุรักษ์ดิน เป็นต้น

๑) หมู่บ้านมีกลุ่ม/องค์กรเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ได้แก่ กลุ่มธนาคารขยะชุมชน กลุ่มทำปุ๋ยจากการคัดแยกขยะ กลุ่มผู้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ และป่าชุมชน (๑ คะแนน)

๒) กลุ่ม/องค์กร มีการจัดทำแผนการดำเนินงานและปฏิบัติกิจกรรมตามแผน เช่น การคัดแยกขยะ การทำปุ๋ยเศษอาหารที่ได้จากการคัดแยกขยะ การคัดแยกขยะเพื่อจำหน่าย และการกำจัดขยะที่ไม่สามารถนำไปใช้ได้อย่างถูกวิธี

๖) ด้านเศรษฐกิจชุมชน และการ

นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการดำเนินชีวิต

1) มีการส่งเสริมให้ครัวเรือน

ในชุมชนจัดทำบัญชีครัวเรือน

หมู่บ้านส่งเสริมให้ครัวเรือนในหมู่บ้านจัดทำบัญชีครัวเรือน โดยเริ่มต้นจากครัวเรือนต้นแบบหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ๓๐ ครัวเรือน และขยายผลไปยังครัวเรือนอื่นๆ ในหมู่บ้าน ปัจจุบันมีการจัดทำบัญชีครัวเรือน จำนวน ๑๒๗ ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ ๘๖.๔๐
2) ครัวเรือนในชุมชนส่วนใหญ่

มีกิจกรรมการลดรายจ่ายและ

สร้างรายได้

ทั้ง ๑๔๗ ครัวเรือนของหมู่บ้าน มีกิจกรรมการลดรายจ่ายและสร้างรายได้ ทุกครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐

 

3) มีกิจกรรมการออมที่หลากหลาย และมีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ๑) คนในหมู่บ้าน จำนวน ๑๔๗ ครัวเรือน มีการออมเงิน

ร้อยละ ๑๐๐ (จากข้อมูล จปฐ. ปี ๒๕๕๘ ข้อ ๒๔)

๒) หมู่บ้านมีกิจกรรมการออม ที่นอกเหนือจากการที่แต่ละครัวเรือนออมเงินกับธนาคารพาณิชย์/สถาบันการเงินอื่นๆดังต่อไปนี้

– กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต

– กองทุนหมู่บ้าน (กทบ.)

– กลุ่มสัจจะวันละบาท

4) มีการรวมกลุ่มด้วยการนำทุนของชุมชนมาดำเนินการเพื่อสร้างรายได้ให้กับสมาชิกในชุมชน ๑) ทุกครัวเรือนในหมู่บ้าน จะมีตัวแทนอย่างน้อยครัวเรือนละ ๑ คน เข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มอาชีพต่างๆ ภายในหมู่บ้าน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐

๒) หมู่บ้านมีการจัดกิจกรรมฝึกทักษะด้านอาชีพ ได้แก่

– การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ

– การทำปุ๋ยจากการคัดแยกขยะ

– การแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร

– การทำน้ำยาอเนกประสงค์

– การทอเสื่อกก

ที่ องค์ประกอบ/ตัวชี้วัด ลักษณะการดำเนินงาน
๗) ด้านการพัฒนาคนในชุมชนและการเสริมสร้างการเรียนรู้ 1) มีการจัดสถานที่สำหรับเป็นแหล่งเรียนรู้/ศูนย์เรียนรู้ให้คนทั้งในและนอกชุมชน ๑) หมู่บ้านมีศูนย์เรียนรู้ชุมชน ศูนย์เรียนรู้หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง และศูนย์เรียนรู้กองทุนแม่ของแผ่นดิน
๒) ศูนย์เรียนรู้ภายในหมู่บ้านมีการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน และมีองค์ความรู้ด้านการประกอบอาชีพ และภูมิปัญญาท้องถิ่นประเภทต่างๆ เพื่อให้คนในหมู่บ้านสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง

๓) หมู่บ้านมีวิทยากรที่สามารถถ่ายทอดความรู้/ภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้กับคนในหมู่บ้านและบุคคลภายนอก

 

2) มีการจัดจุดเรียนรู้เกี่ยวกับกิจกรรมด้านเศรษฐกิจพอเพียง

ที่น่าสนใจ อย่างเหมาะสม และสอดคล้องกับสภาพของชุมชน

หมู่บ้านมีฐานเรียนรู้ที่เกี่ยวกับกิจกรรมด้านเศรษฐกิจพอเพียง ที่น่าสนใจ และเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้

จำนวน ๙ ฐานเรียนรู้ ดังต่อไปนี้

๑) ฐานเรียนรู้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ

๒) ฐานเรียนรู้กลุ่มเลี้ยงหมู

๓) ฐานเรียนรู้โรงสีชุมชน

๔) ฐานเรียนรู้การปลูกผักสวนครัว

๕) ฐานเรียนรู้การปลูกมะนาว

๖) ฐานเรียนรู้ธนาคารขยะชุมชน

๗) ฐานเรียนรู้การคัดแยกขยะเป็นปุ๋ย

๘) ฐานเรียนรู้การทอเสื่อกก

๙) ฐานเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น

 

3) มีการจัดกิจกรรมเรียนรู้เพื่อถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นดั้งเดิมของชุมชน ๑) หมู่บ้านมีการจัดทำทำเนียบปราชญ์ชาวบ้าน ที่สามารถเป็นวิทยากรและเป็นแบบอย่างในการประกอบอาชีพ อาทิเช่น  การนวดแผนโบราณ การทอเสื่อ การจักสาน การทำบายศรี หมอแคน หมอสู่ขวัญ การเลี้ยงหมู และการปลูกพืชผักสวนครัว เป็นต้น รวมทั้งสิ้น ๔๘ คน
๒) หมู่บ้านมีการจัดทำบันทึกองค์ความรู้ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่นประเภทต่างๆ เพื่อให้คนในหมู่บ้านสามารถเรียนรู้

ได้ด้วยตนเอง

๓) ปราชญ์ชาวบ้านสามารถเป็นวิทยากรถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นของตนไปสู่ลูกหลานได้ อาทิเช่น การทอเสื่อ การจักสาน การปลูกพืชผักสวนครัว เป็นต้น

 

 

 

ที่ องค์ประกอบ/ตัวชี้วัด ลักษณะการดำเนินงาน
๘) ความโดดเด่นของชุมชน 1)      ๑) ชุมชนมีความโดดเด่นในการดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง

ซึ่งสามารถเป็นแบบอย่างและแหล่งเรียนรู้ ให้กับชุมชนอื่นได้ ซึ่งแยกตามระดับการพัฒนา

ระดับ “อยู่ดี กินดี” ตัวชี้วัดความเข้มแข็งของกลุ่ม ประกอบด้วย สร้างรายได้,แปรรูปผลิตภัณฑ์,พัฒนากระบวนการกลุ่ม,พัฒนาแผนธุรกิจ,สร้างสวัสดิการชุมชน

หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ระดับ “อยู่ดี  กินดี”

๑) มีกลุ่มอาชีพ ๘ กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ กลุ่มแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร กลุ่มสตรีสุขาภิบาล กลุ่มน้ำยาเอนกประสงค์ กลุ่มโรงสีชุมชน กลุ่มเศรษฐกิจพอเพียง กลุ่มธนาคารขยะชุมชน และกลุ่มทอเสื่อกก

๒) ผ่านตัวชี้วัด ผ่านอย่างน้อย ๕ ตัวชี้วัด ประกอบด้วย การสร้างรายได้ การแปรรูปผลิตภัณฑ์ การพัฒนากระบวนการกลุ่ม และการสร้างสวัสดิการชุมชน

2) มีครัวเรือนต้นแบบสามารถถ่ายทอดการดำเนินชีวิตตามหลัก

เศรษฐกิจพอเพียง

หมู่บ้านมีครัวเรือนต้นแบบที่สามารถถ่ายทอดการดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงได้ ๑๒๗ ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ ๘๖.๔๐
3) สามารถนำเสนอผลการดำเนินกิจกรรมอื่นๆ ของชุมชน ที่แสดง

ถึงการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้เป็นวิถีของชุมชนที่โดดเด่นเป็นรูปธรรม

หมู่บ้านสามารถนำเสนอผลการดำเนินกิจกรรมที่แสดงถึงการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาปรับใช้เป็นวิถีของหมู่บ้านที่โดดเด่นเป็นรูปธรรม จำนวน ๙ กิจกรรม ดังต่อไปนี้

๑) กิจกรรมการทำปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ

๒) กิจกรรมการเลี้ยงหมู

๓) กิจกรรมโรงสีชุมชน

๔) กิจกรรมการปลูกผักสวนครัว

๕) กิจกรรมการปลูกมะนาว

๖) กิจกรรมธนาคารขยะชุมชน

๗) กิจกรรมการคัดแยกขยะเป็นปุ๋ย

๘) กิจกรรมการทอเสื่อกก

๙) กิจกรรมอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น

4) มีหลักฐานและเอกสารที่แสดงว่าผ่าน หรือ อยู่ในระหว่างการสมัคร มชช. หมู่บ้านผ่านการรับรองมาตรฐานชุมชน (มชช.)
(Visited 1 times, 1 visits today)