พช.ชัยภูมิ_ สนับสนุนผู้ผลิตผู้ประกอบการกลุ่มทอผ้า เข้ารับการ coaching พัฒนาศักยภาพการผลิตผ้าไทยและงานหัตถกรรมสู่สากล

#ชัยภูมิเมืองแห่งความสุข

 

พช.ชัยภูมิ สนับสนุนผู้ผลิตผู้ประกอบการกลุ่มทอผ้า เข้ารับการ coaching พัฒนาศักยภาพการผลิตผ้าไทยและงานหัตถกรรมสู่สากล

 

(calendar)(clock)วันพุธที่ 19 เมษายน พ.ศ.2566 เวลา 10.00 น.

 

(tulip)(tulip)นาย สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ด้านผ้าไทย และงานหัตถกรรม (Coaching) “ผ้าลายดอกรักราชกัญญา” จุดดำเนินการที่ 3 จังหวัดบุรีรัมย์ ตามโครงการยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชน โดยมี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ นางกัญญา จุนถิระพงศ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบุรีรัมย์ นายชูชีพ พงษ์ไชย นายวิฑูรย์ นวลนุกูล นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นางสงวน มะเสนา นายคมกฤช ชินชนะ ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน พัฒนาการจังหวัด พัฒนาการจังหวัด ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ผ้าไทย และสื่อมวลชน ในเขตพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม ยโสธร ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สุรินทร์ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี กว่า 400 คนเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว

 

(sunflower)(sunflower) ในการนี้ นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ได้มอบหมายให้นายโดมทอง ดิเรกศิลป์ พัฒนาการจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยนางธัญสินี แก้วศิริ ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน และนายพชร ชัยภักดี นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ นำกลุ่มเป้าหมาย ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ประเภทผ้าและช่างทอผ้าเข้าร่วมกิจกรรม Coaching จำนวน 6 ราย/กลุ่ม เข้ารับการ Coaching ประกอบด้วย

1.นางมาลา วรรณพงศ์ กลุ่มทอผ้าบ้านเสี้ยวน้อย ต.นาเสียว อ.เมืองชัยภูมิ

2. นางดวงจันทร์ ครองสุข วิสาหกิจชุมชนนาวังประสานใจ ต.นาเสียว อ.เมืองชัยภูมิ

3. นางกัลยา รัตนประเสริฐ กลุ่มสตรีทอผ้าบ้านหนองบัวเพวัง ต.บ้านโสก อ.คอนสวรรค์

4. นายจักรกฤษณ์ ขวัญสำราญ กลุ่มทอผ้าขิดโบราณบ้านโนนเสลา ต.หนองตูม อ.ภูเขียว

5. นางบัวไข เติมศิลป์ วิสาหกิจทอผ้าไหมตำบลห้วยบง ต.ห้วยบง อ.เมืองชัยภูมิ

6. นางสาววราลักษณ์ สุวรรณชัย วิสาหกิจชุมชนทอผ้าย้อมสีธรรมชาติ ต.หนองบัวแดง อ.หนองบัวแดง

 

(yellow flower)(yellow flower) โดยได้รับเกียรติจาก “คณะปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก” อาทิ ดร.ศรินดา จามรมาน นักวิชาการอิสระ นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทยและผู้เชี่ยวชาญการย้อมสีธรรมชาติ นายศิริชัย ทหรานนท์ นักออกแบบและเจ้าของแบรนด์ THEATRE นายวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย นักออกแบบเจ้าของแบรนด์ WISHARAWISH ดร.กรกลด คำสุข รองคณบดีฝ่ายนวัตกรรมทางปัญญาและวิจัย วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นายนุวัฒน์ พรมจันทึก ผู้เชี่ยวชาญด้านการย้อมสีธรรมชาติ นางสาวทัศนียา นิลฤทธิ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาไหมราชมงคลและอาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีสิ่งทอและออกแบบแฟชั่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ ร่วมเป็นวิทยากรกิจกรรม workshop เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้ร่วมแสดงความคิดเห็นและขอคำเสนอแนะ แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ดังนี้

กลุ่มที่ 1 เรื่องเส้นใย และเทคนิคการทอผ้า

กลุ่มที่ 2 การสาธิตการย้อมสีธรรมชาติ/เทคนิคการย้อม

กลุ่มที่ 3 เทคนิคการจับคู่สีบนผืนผ้าตามเทรนบุ๊ค (Trend and Fashion Expert) (Thai Texttiles Trend Book Spring/Summer 2023)

กลุ่มที่ 4 การออกแบบลายผ้าให้เป็นแฟชั่นร่วมสมัย (Fashion Designer)

กลุ่มที่ 5 การสร้างแบรนด์ การตลาด การจำหน่าย และการประชาสัมพันธ์ (Branding Marketing & Sale)

กลุ่มที่ 6 การออกแบบลายอัตลักษณ์ประจำถิ่น

 

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า นับเป็นพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระปณิธานอันแน่วแน่มั่นคงในการแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระผู้อภิรักษ์ภูมิปัญญาผ้าไทย ให้ได้กลับมาเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ให้กับประชาชนในถิ่นชนบท ด้วยการต่อยอดพระราชดำริของสมเด็จย่า โดยนำเอาองค์ความรู้ วิชาการแฟชั่นสมัยใหม่ที่พระองค์ทรงศึกษา มาเป็นแนวทางในการสร้างสรรค์และพัฒนา ภูมิปัญญาผ้าไทยให้เป็นไปตามความนิยมชมชอบของประชาชนผู้บริโภคในปัจจุบัน ภายใต้ชื่อ “โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก” พร้อมทั้งพระราชทานพระกรุณาให้คณะทำงานโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก อันประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย ด้านแฟชั่นดีไซน์ ด้านสีธรรมชาติ เป็นโค้ชอบรมถ่ายทอดให้ความรู้ แก่ช่างทอผ้า ผู้ผลิต ผู้ประกอบการผ้าไทย เพื่อสามารถเสริมสร้างเพิ่มพูนรายได้ อันทำให้มีเงินทองจุนเจือเลี้ยงดูครอบครัว ให้ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน โดยมีข้าราชการในพื้นที่เป็นโซ่ข้อกลาง น้อมนำพระประสงค์อันแน่วแน่นี้ได้รับการขยายผลอย่างครอบคลุมในทุกกลุ่มทุกพื้นที่อย่างหลากหลาย

 

“ตนดีใจทุกครั้งที่ได้มาพบปะกับพี่น้องช่างทอผ้าและข้าราชการผู้ทำหน้าที่เป็นข้าราชการที่ดีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเสริมสร้างความมั่นคงยั่งยืนด้านเครื่องนุ่งห่มของประเทศชาติ เพราะทุกท่านที่อยู่ ณ ที่นี้ ทั้งช่างทอผ้า ช่างหัตถกรรม และข้าราชการ ล้วนเป็นบุคลากรผู้มีคุณค่ายิ่งในการผลักดันขับเคลื่อนให้ภูมิปัญญาผ้าไทยยังคงอยู่กับสังคมไทย และทำให้พี่น้องประชาชน ตั้งแต่รุ่นคุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย พ่อ แม่ ลุง ป้า น้า อา ได้น้อมนำพระดำริ มาพัฒนาทักษะฝีมือทำให้ผ้าไทย ได้สร้างงาน สร้างรายได้ จนทำให้ลูก ๆ หลาน ๆ ได้เห็นความสำคัญของผ้าไทย และตั้งใจเป็นผู้สืบทอดสืบสานสิ่งเหล่านี้ให้คงอยู่คู่กับชุมชน คู่กับหมู่บ้าน คู่กับสังคมไทย แต่สิ่งที่สำคัญ คือ ความเจริญงอกงามเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ ข้าราชการทุกคนต้องมี “ใจ” ต้องมี “Passion” ที่อยากจะช่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ช่วยกัน Change for Good อันจะก่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน ทำให้พี่น้องประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ดังที่พระองค์ท่านทรงงานอย่างหนักเป็นแบบอย่างเพื่อที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนได้ช่วยรักษาภูมิปัญญาผ้าไทย ด้วยการก้าวผ่าน “กับดักของผ้าไทย” นั่นคือ ภูมิปัญญาดั้งเดิมของบรรพบุรุษที่ส่งมอบ knowhow ลวดลาย เทคนิคการทำผ้ามาสู่รุ่นลูกรุ่นหลานจากคติความเชื่อเกี่ยวกับผ้าไทยในแต่ละพื้นถิ่นที่ไม่ได้คำนึงถึงรสนิยมของผู้ที่เอาเสื้อผ้าไปสวมใส่ เพราะเราจะทอผ้าเพียงแต่พอไว้สวมใส่เองเท่านั้น จึงทำให้ผ้าไทยในอดีตมีแต่ลายเดิม ๆ ที่ถักทอตามใจของผู้ทอนั่นเอง” ปลัด มท. กล่าวในช่วงต้น

 

นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวอีกว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นกำลังสำคัญในการมาช่วยทำให้พวกเราก้าวผ่านกับดักความเชื่อที่ว่าทอไว้ใช้ให้กลายเป็นทอเพื่อจำหน่ายเป็นงานอดิเรก (Hobby) เป็นอาชีพเสริมเพื่อหารายได้เลี้ยงดูจุนเจือครอบครัว ทรงเสียสละพระราชทรัพย์ด้วยแนวพระราชดำริ “ขาดทุนคือกำไร” ขาดทุนของพระองค์ท่านคือกำไรของพี่น้องประชาชน พระองค์ทำให้คนในชนบทกลับมารู้จักวิธีการหาปลา ไม่ต้องรอรับปลาจากทางราชการ ด้วยการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ปลูกฝ้าย ทอผ้าด้วยตนเอง และพระราชทานให้คณะทำงานผู้มีฝีมือการทอผ้าในท้องถิ่นมาช่วยฟื้นฟูเพิ่มพูนทักษะให้สมาชิกกลุ่มทอผ้าให้มากขึ้น โดยทรงริเริ่มดำเนินการก่อตั้งศูนย์ศิลปาชีพเมื่อปี 2513 เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่จังหวัดนครพนม ก่อเกิดเป็นศูนย์ศิลปาชีพ และมีบุคคลที่ทรงพระมหากรุณาให้สนองงานช่วยเหลือช่างทอผ้าที่ยังมีชีวิตอยู่ทุกวันนี้ เช่น แม่ครูวงเดือน อุดมเดชาเวทย์ หัวหน้าศูนย์ศิลปาชีพอำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม รวมถึงแม่ประจวบ จีนไธสง กลุ่มทอผ้าบ้านนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ จึงเปรียบได้ว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นเมืองหลวงของผ้าไทย นอกจากนี้ ความรุ่งเรืองของผ้าไทยนั้นมีมาอย่างยาวนานมากกว่า 50 ปี และเฟื่องฟูมากในยุคอดีตนายกรัฐมนตรี คือ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เป็นผู้นำการสวมใส่ผ้าไทย ทำให้ผ้าไทยขายดี กระตุ้นให้ชาวบ้านได้ทอผ้า

 

นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า เหมือนกับฟ้ามีตา สวรรค์มีใจ ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระราชทานแนวทางทำให้เราก้าวข้ามผ่านกับดักการทำผ้าไทย ต่อยอดจากสมเด็จย่า ประการที่ 1. คือ ทรงให้เราสามารถออกแบบลวดลายได้ตามที่เห็นว่าเป็นความงามความชอบของผู้คน 2. ตัดเย็บเสื้อผ้าไทยด้วยรูปแบบที่แปลกตา แปลกใหม่ ทำให้มีผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมากขึ้น

 

(thumbtack) ณ โรงแรมอมารี บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตำบลอีสาน อำเภอ

เมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์

 

#กรมการพัฒนาชุมชน

#CDD

#ผ้าไทยใส่ให้สนุก

#พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก

#OTOP

#หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์

#ผ้าไหมชัยภู

#ผ้าทอมือ

#จังหวัดชัยภูมิ

#ChangeForGood

#SEPtoSDGs

#SDGforAll@Kmitl

#WorldSoilDay #UNFAO

#GlobalSoilPartnership

#พช_ชัยภูมิ #CNS

 

?เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

 

? ภาพ/ข่าว : กลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดชัยภูมิ

(Visited 1 times, 1 visits today)